แผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ

Food and Nutrition Policy for Health Promotion

Back to Top

ทุนวิจัยทั่วไป

ขอบเขตการปฏิบัติงาน (TOR)
การสนับสนนุ โครงการวิจัยประจําปี 2558
โครงการสร้างเสริมความเข้มแข็งของนโยบายอาหารและโภชนาการในประเทศไทย แผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ
(Food and Nutrition Policy for Health Promotion Program; FHP)

Proposal Form Download

1. หลักการและเหตุผล

จากข้อมูลภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พ.ศ. 2552 พบว่าอาหารเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่ก่อให้เกิดภาระโรคที่สําคัญของประเทศไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ได้รับ พลังงานจากอาหารมากจนเกินความจําเป็น และบริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอ โดยสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งในแง่ของคุณภาพชีวิต ผลิตภาพ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่าง มากมายมหาศาล จากแนวโน้มของความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ นโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาดังกล่าว แต่การดําเนินนโยบายด้านอาหารและ โภชนาการนั้นยังมีข้อจํากัดที่ทําให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งเกิดจากการขาดข้อมูลองค์ความรู้ที่ เชื่อถือได้และตอบสนองต่อความต้องการในการผลักดันขับเคลื่อน รวมถึงขาดความร่วมมือจากภาคส่วน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังน้ันจึงมีความจําเป็นท่ีจะต้องมีการสร้างเสริมความเข้มแข็งของนโยบายและมาตรการ อาหารและโภชนาการโดยการเติมเต็มส่วนขาดดังกล่าว

จึงเป็นที่มาของโครงการสร้างเสริมความเข้มแข็งของนโยบายอาหารและโภชนาการในประเทศไทย ซึ่งดําเนินการโดยแผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (Food and Nutrition Policy for Health Promotion Program; FHP) เป็นหนึ่งในกลไกทางวิชาการที่มีหน้าท่ีหลักใน การ ผลิตข้อมูลหลักฐานที่มีคุณภาพและมีนัยเชิงนโยบายสูง พัฒนาคุณภาพงานวิจัย จัดการองค์ความรู้ ถ่ายทอดข้อมูลความรู้สู่สังคม ประสานให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างองค์กรภาคส่วนต่างๆ ในการ ผลักดันขับเคลื่อนนโยบาย รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพนักวิชาการ องค์กร เครือข่าย และสังคม เพื่อช่วยใน การสนับสนุน พัฒนา และผลักดันนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหาร ของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้ได้มาซึ่งขอบเขตขององค์ความรู้ที่ต้องการในการนําไปพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของนโยบายอาหารและโภชนาการที่ต้องการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในอนาคตอันใกล้ FHP ได้จัดประชุมผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญในด้านอาหารและโภชนาการจากหลายภาคส่วน ซ่ึงประกอบไปด้วย หน่วยงานภาค การเกษตร การค้า การปกครอง การศึกษา การคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสุขภาพ และสถาบันผลิตองค์ ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีประเด็นและขอบเขตการวิจัยดังนี้

2. ประเด็นและขอบเขตงานวิจัย

กลุ่มที่ 1 การศึกษาวิจัยเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของ พ.ร.บ.คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ และ กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของประเทศไทย

  1. ศึกษาวิจัยเพื่อจัดทําข้อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุง พ.ร.บ.คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ
  2. ศึกษาวิจัยเพื่อจัดทําข้อเสนอแนะกลไกผลักดันขับเคลื่อนและติดตามมติยุทธศาสตร์ ฯ โดยเฉพาะมติที่ เกี่ยวข้องส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ที่ปลอดภัย และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม เช่น
    1. วิเคราะห์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder analysis) และความเป็นไปได้ (Feasibility analysis) ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ
    2. จัดทําข้อเสนอแนะหรือแนวทางการพัฒนากลไกผลักดันขบั เคลื่อนและตดิ ตามมติยุทธศาสตร์ฯ

กลุ่มที่2 การจัดการองคค์วามรู้การจัดทาํแผนผัง(Mapping)ของฐานข้อมลู นวัตกรรมเครื่องมือและเทคโนโลยี

  1. จัดทําแผนผังขององค์ความรู้และฐานข้อมูลพร้อมทั้งวิเคราะห์หาจุดอ่อน จุดแข็ง และส่วนขาดที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
    • ด้านอาหารปลอดภัย
    • ความมั่นคงด้านอาหาร
    • โภชนาการและแบบแผนการบริโภคของประชาชน
  2. วิเคราะห์หาจุดอ่อน จุดแข็ง และส่วนขาดของระบบเฝ้าระวังในปัจจุบัน และจัดทําแนวทางการพัฒนา และเสริมสร้างความเข้มแข็งที่มีอยู่เดิมให้มีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะ
    • ระบบการติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยของผักผลไม้
    • ระบบการเฝ้าระวังปัจจัยแวดล้อมด้านอาหารที่มีนัยต่อการเด็กโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
    • ซึ่งประกอบไปด้วย
      1. ปัจจัยแวดล้อมด้านราคาอาหาร
      2. การกระจายของร้านค้าและกลยุทธ์ในการ จัดจําหน่ายอาหาร
      3. การจัดบริการอาหารในองค์กร/สถาบัน
      4. ฉลากอาหาร
      5. การตลาดอาหาร
      6. คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่นิยมบริโภค
      7. ผลกระทบของการค้าและการลงทุนระหว่าง ประเทศ
      8. นโยบายภาครัฐภาคเอกชนในการจัดการปัจจัยแวดล้อมด้านอาหาร
    • ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชน
  3. จัดทําฐานข้อมูลเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยและการส่งเสริมการบริโภคอาหารท่ีมีคุณค่าทางโภชนาการท่ีเหมาะสม

กลุ่มที่ 3 การศึกษาวิจัยเพื่อส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยและอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ เหมาะสม (Healthy food) รวมถึงลดการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เหมาะสม (Unhealthy food)

  1. การเชื่อมโยงแหล่งผลิตผักผลไม้ปลอดภัยและผู้บริโภค
    • การถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาแนวทางการดําเนินงาน
    • ความเป็นไปได้ในการดําเนินการในบริบทต่างๆ
  2. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชน จําแนกตามกลุ่มประชากร
  3. ความต้องการ (demand) ราคาท่ียินดีจ่าย (Willingness to pay) และความสามารถในการซื้อ (affordability) ในการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยและอาหารอื่นๆที่มีนัยสําคัญต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง ของแต่ละกลุ่มประชากร
  4. แนวทางการใช้มาตรการด้านราคาในการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และลดการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เหมาะสม
  5. ประสิทธิภาพของการจัดการภัตตาคารและแผงลอยให้มีการจําหน่ายอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทาง โภชนาการ
  6. ประสิทธิภาพการรณรงค์ให้ความรู้ และการสร้างทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร (Campaign)
  7. ต้นแบบการดําเนินงานในการจัดทําระบบติดตามควบคุมกํากับการผลิตผักผลไม้และสินค้าอาหารในท้องถิ่นให้มีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการท่ีเหมาะสม

3. ขั้นตอนการดําเนินงาน

  1. นักวิจัยเลือกประเด็นการศึกษาที่สนใจและเขียนโครงร่างการวิจัย(Proposal)ฉบับสมบูรณ์โดยใช้ แบบฟอร์มที่แนบมา เสนอมายัง FHP ผ่านทาง email หรือช่องทางอื่นที่สะดวก
  2. FHP พิจารณาคัดเลือกเบื้องต้นนําโครงร่างการวิจัยฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นเข้าสู่ กระบวนการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิตามระเบียบ FHP
  3. FHPจะแจ้งผลการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิให้นักวิจัยทราบภายในเวลา1เดือนนับต้ังแต่วันที่ปิด การรับสมัคร
  4. กรณีท่ีผู้วิจัยผ่านการคัดเลือกโดยผู้ทรงคุณวุฒิ FHP จะเชิญนักวิจัยทําสัญญาในกรณีเป็นโครงการ ขนาดเล็กและโครงการขนาดกลาง กรณีโครงการขนาดใหญ่ นักวิจัยจะต้องนําเสนอที่ปรึกษา วิชาการ (Consortium) และหากผ่านจะทําสัญญา
  5. นักวิจัยเริ่มดําเนินการวิจัยตามโครงร่างการวิจัยที่นําเสนอ พร้อมปรับแก้ไขตามที่ผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอแนะ
  6. ส่งรายงานความคืบหน้าระหว่างทําการศึกษาทุกเดือน, รับฟังข้อเสนอแนะ, ปรับแก้ตามความ เหมาะสม
  7. นําเสนอร่างรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์พร้อมส่งรายงาน,รับฟังข้อเสนอแนะ,ปรับแก้ตาม ความเหมาะสม
  8. ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์รายงานฉบับลงวารสาร10 – 15 หน้าและเอกสารข้อเท็จจริง(Fact sheet) 3 – 4 หน้า
  9. ร่วมแถลงข่าวผลการศึกษาในเวทีที่FHPจัดให้
  10. ระยะเวลาการดําเนินงานตั้งแต่ทําสัญญาจนรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1 ปี

4. ผลผลิต

  • รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์
  • บทความตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการอย่างน้อย1เร่ือง − เอกสารข้อเท็จจริง (Fact sheet) 3 – 4 หน้า

5. ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • เกิดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา และสร้างความเข้มแข็งให้แก่นโยบายอาหารและ โภชนาการ
  • มีการเผยแพร่ความรู้สู่สังคมและเกิดการนําองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์

6. งบประมาณ

  • โครงการขนาดเล็กไม่เกินโครงการละ100,000บาท − โครงการขนาดกลางตั้งแต่100,001–499,999บาท − โครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่500,000บาทขึ้นไป

7. เงื่อนไขเวลา

  • โครงการขนาดเล็ก ควรดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน
  • โครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่ควรดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 12 เดือน

8. ปิดรับสมัคร

วันศุกร์ท่ี 31 ตุลาคม 2557

Proposal Form Download