แผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ

Food and Nutrition Policy for Health Promotion

Back to Top

ร้ายกว่าที่คิดแจกลูกอมวันเด็ก ทำหนูน้อยฟันผุ หยุดโต ไร้พัฒนาการ.

Author: FHP Admin

Year: 2013

Category: Nutrition

Source: คม ชัด ลึก 2556 มกราคม 11; หน้า 10.

Keywords:

จำนวนผู้เข้าชม: 954







หมอฟันวอนผู้ใหญ่งดแจกลูกอม-ขนมหวานในงานวันเด็ก พบสาเหตุหลักทำให้เด็กฟันผุตกอยู่ในภาวะสารอาหารเรื้อรัง ทำร้ายเยาวชนทางอ้อม มีผลต่อพัฒนาการระยะยาว แนะเปลี่ยนเป็นของกินที่มีประโยชน์ หรือให้ของขวัญอย่างอื่นแทน

ทันตแพทย์หญิง (ทญ.) ปิยะดา ประเสริฐสม ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะผู้จัดการแผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานรณรงค์เด็กไม่หวานมานานนับ 10 ปี พบว่า มีโรงเรียนไม่มากนักที่ยังขายลูกอมอยู่ แต่ช่วงหลัง บางโรงเรียนเริ่มอนุญาตให้ขายลูกอมและทอฟฟี่เข้ามาขายในโรงเรียนมากขึ้น ทางแผนงานฯ จึงเริ่มกลับมารณรงค์ใหม่ โดยเฉพาะงานวันเด็กที่จะมีขึ้นนี้ไม่ควรแจกลูกอมและขนมหวานในงานวันเด็ก

ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการว่าด้วยน้ำตาลแห่งชาติ ระบุว่า แม้ตัวเลขของน้ำตาลที่นำไปใช้ในลูกอมไม่ได้สูงมาก แต่มีอัตราการใช้น้ำตาลเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะจะเห็นได้ว่าในลูกอมหนึ่งเม็ด นอกจากน้ำตาลแล้ว ยังมี สี กลิ่น รส เป็นส่วนประกอบ ซึ่งทั้งสามอย่างนี้เป็นสารสังเคราะห์ และที่เหลือ 96-98 เปอร์เซ็นต์เป็นน้ำตาลทั้งหมด

ทางด้าน ทญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ตัวแทนจากเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน โดย สสส.ให้ข้อมูลเสริมว่า ตัวเลขทางการตลาดของธุรกิจลูกอม พบว่าในช่วงเวลา 2 ปีมานี้ อัตราการใช้น้ำตาลของผู้ผลิตลูกอมเพิ่มขึ้น แสดงว่าเมื่อผลิตเพิ่ม คนกินก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ประเด็นต่อมาคือลูกอมเป็นน้ำตาลร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นน้ำตาลค้างอยู่ในปากได้นาน ในแง่ของหมอฟันนั้น กลัวที่สุดเพราะเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุโดยตรง ในแง่ของหมอทั่วไป กลัวที่สุด เพราะคือก้อนน้ำตาล กินมากๆ ก็จะทำให้อ้วน น้ำตาลยังสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันได้ เพราะฉะนั้นเราจึงสนใจลูกอม มันเป็นน้ำตาลล้วนๆ

ฟันผุไม่ใช่แค่ผุฟันอย่างเดียว แต่ฟันผุ จะทำให้เตี้ยได้ด้วย เหตุที่เตี้ยหรือที่เรียกว่า ภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง เพราะเขาเคี้ยวอะไรที่ไม่มีประโยชน์ เด็กจึงขาดสารอาหาร คนเราจะสูงได้ต้องได้สารอาหารครบถ้วน กินเนื้อได้กินผักได้ เมื่อไม่มีฟันก็เคี้ยวลำบาก ดังนั้น ฟันดีเริ่มที่ซี่แรก จึงเป็นจริง เพราะฟันจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทั้งหมด ทญ.จันทนา กล่าว

ด้าน ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล อาจารย์ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พ.ศ. 2551-2552 โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สำรวจเด็ก 1-14 ปีรวม 9,740 คน พบว่า เด็กไทยอายุ 3 ปี ฟันผุร้อยละ 61.37 โดยฟันผุเฉลี่ย 3.21 ซี่ต่อคน และเด็กอายุ 5 ปี มีฟันผุเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80.64 เฉลี่ย 5.43 ซี่ต่อคน จากการสำรวจนี้ยังพบด้วยว่าเด็กชนบทมีฟันผุมากกว่าเด็กในเมือง นอกจากนี้จากการสำรวจเดียวกันยังพบด้วยว่า เด็กไทยกินขนมกรุบกรอบทุกวันประมาณร้อยละ 30 และกินบางวันร้อยละ 42 ส่วนลูกอมมีเด็กกินทุกวันร้อยละ 15-20 และกินบางวันร้อยละ 42

ทพ.ดร.ธงชัย ให้ข้อมูลว่า เมื่อเปรียบเทียบการกินลูกอมและขนมกรุบกรอบจากการสำรวจเมื่อปี 2546 กับการสำรวจปี 2551-2552 ในเด็ก 6-14 ปี พบว่า เมื่อปี 2546 เด็กกินขนมกรุบกรอบทุกวัน 12% แสดงว่าเพิ่มจาก 12% ไปเป็น 30% (ในปี 2551-2552) หรือเพิ่มขึ้น 2.3 ขณะที่เด็กกินลูกอมทุกวัน 10.3% เมื่อปี 2546 แสดงว่าเพิ่มจาก 10.3% ไปเป็น 20% (ในปี 2551-2552) หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ขณะเดียวกันข้อมูลการสำรวจจากเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน พบว่า เด็กเริ่มกินขนมตั้งแต่ 8.5 เดือน พ่อแม่และคนเลี้ยงดูซื้อขนมกรุบกรอบให้เด็กกิน เพื่อตัดปัญหาเด็กร้องงอแง ขนมกรุบกรอบ มักจะมี ไขมัน และโซเดียม เกินค่ามาตรฐานอาหารว่างที่แนะนำ (บางชนิดที่มีรสหวาน ก็จะมีน้ำตาลเกิน) ลูกอม มีน้ำตาลเกิน ถ้ากินเกิน 2 เม็ด

ทพ.ดร.ธงชัย กล่าวด้วยว่า ฟันผุกับน้ำตาลจะขึ้นกับความถี่ หรือความบ่อยในการกินน้ำตาล โดยการกินน้ำตาลหนึ่งครั้งจะเกิดกรดที่ทำลายฟันนาน 40 นาที จากนั้นจะกลับสู่สภาพปกติได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นการกินบ่อยๆ เช่นการกินทุกชั่วโมง จะทำให้ฟันแช่อยู่ในกรดตลอดเวลา ทำให้ฟันผุเกิดขึ้นได้รวดเร็วและรุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่กินลูกอมเลยจะดีกว่า ไม่ควรเริ่มให้เด็กกินหวานตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะจะทำให้ติดรสหวาน

ฉะนั้นถ้าผู้ใหญ่รักเด็ก เราก็ควรมอบสิ่งดีๆ ให้แก่เขาในงานวันเด็ก การแจกลูกอมหรือขนมหวาน เท่ากับเป็นการทำร้ายเด็กโดยไม่รู้ตัว ทพ.ดร.ธงชัย กล่าว
กลับไปที่ ข่าวสาร